คู่มือการใช้งาน Microsoft Teams สำหรับอาจารย์ผู้สอนรายวิชาศึกษาทั่วไป | GenEd มจธ.
คู่มือการใช้งาน Microsoft Teamsสำนักงานวิชาศึกษาทั่วไป (GenEd) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
สำหรับอาจารย์ผู้สอนรายวิชาศึกษาทั่วไป

คู่มือการใช้งานโปรแกรม
Microsoft Teams การติดตั้ง · ลงชื่อเข้าใช้ · สร้างห้องเรียน · สอนออนไลน์ · ปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน

คู่มือการใช้งานเบื้องต้นสำหรับจัดการเรียนการสอนและการประชุมออนไลน์ ตามนโยบายของมหาวิทยาลัยที่กำหนดให้ Microsoft Teams เป็นแพลตฟอร์มหลัก

สำนักงานวิชาศึกษาทั่วไป (GenEd)มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
ภาพประกอบอาจารย์สอนออนไลน์
มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 4 ตุลาคม 2569

นโยบายและแนวปฏิบัติ
การใช้งานระบบประชุมและจัดการเรียนการสอนออนไลน์

1

Microsoft Teams เป็นแพลตฟอร์มหลัก

กำหนดให้ Microsoft Teams เป็นแพลตฟอร์มหลักสำหรับการเรียนการสอน การประชุม และกิจกรรมออนไลน์ทั่วไป โดยไม่มีการจำกัดเวลาและไม่จำกัดจำนวนผู้เข้าร่วม

2

ยกเลิกการจัดซื้อ License โปรแกรม Zoom

ใช้งานได้ แต่จะไม่ได้รับสิทธิ ฟังก์ชันพิเศษใด ๆ เลย

การย้ายข้อมูล Zoom Cloud Recording: ขอให้บุคลากรดาวน์โหลดไฟล์วิดีโอบันทึกการประชุมเดิมบน Cloud ของ Zoom ย้ายมาจัดเก็บใน OneDrive หรือ SharePoint ของมหาวิทยาลัย ให้แล้วเสร็จภายใน วันที่ 3 ตุลาคม 2569 (หรือย้ายไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานอยู่)
ประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติการใช้งานระบบประชุมและจัดการเรียนการสอนออนไลน์
ประกาศของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

เนื้อหาหลัก

1

ตรวจสอบและติดตั้ง Microsoft Teamsคู่มือติดตั้ง สำหรับอาจารย์ผู้สอนรายวิชาศึกษาทั่วไป

1.1 ตรวจสอบก่อน — มี Teams อยู่แล้วหรือยัง?

หากติดตั้ง Office 365 ไว้แล้ว อาจมี Teams มาให้พร้อมใช้งาน ไม่ต้องติดตั้งเพิ่ม

Windows
  1. คลิกปุ่ม Start (หรือกดปุ่ม Windows)
  2. พิมพ์ค้นหา "Microsoft Teams"
  3. ถ้าเห็นแอป Teams ในผลค้นหา → คลิกเปิดได้เลย ไม่ต้องติดตั้งใหม่
  4. ถ้าไม่พบ → ไปดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรม
macOS
  1. กด Command + Space (เปิด Spotlight Search)
  2. พิมพ์ค้นหา "Microsoft Teams"
  3. ถ้าเห็นแอป Teams ในผลค้นหา → คลิกเปิดได้เลย ไม่ต้องติดตั้งใหม่
  4. ถ้าไม่พบ → ไปดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรม

1.2 หากยังไม่มีโปรแกรม — ดาวน์โหลด Microsoft Teams

  1. เปิดเว็บเบราว์เซอร์
    ไปที่ teams.microsoft.com/downloads
  2. กดปุ่ม Download Teams
    เลือกเวอร์ชัน Windows หรือ macOS ตามเครื่องของท่าน
  3. รอดาวน์โหลดเสร็จ
    ไฟล์จะถูกบันทึกไว้ในโฟลเดอร์ Downloads
Download Microsoft Teams
teams.microsoft.com/downloads

1.3 ติดตั้งโปรแกรม

ขั้นตอนที่ 1

เปิดไฟล์ติดตั้ง

ดับเบิลคลิกไฟล์ที่ดาวน์โหลด
(TeamsSetup.exe หรือ .pkg)

ขั้นตอนที่ 2

ติดตั้งอัตโนมัติ

โปรแกรมจะติดตั้งเอง
รอจนเสร็จสมบูรณ์

ขั้นตอนที่ 3

เปิด Teams

โปรแกรมจะเปิดขึ้นมาเอง
หรือเปิดจาก Start Menu

↑ กลับไปที่สารบัญ
2

ลงชื่อเข้าใช้ด้วย KMUTT AccountMicrosoft Teams เข้าใช้งานได้ 2 รูปแบบ

Web App
teams.microsoft.com

เปิดผ่านเว็บเบราว์เซอร์
(Chrome, Edge, Firefox)

ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม
ใช้ทรัพยากรเครื่องน้อย
แต่ฟังก์ชันการทำงานได้น้อยกว่าแบบ Desktop

Desktop App
Microsoft Teams

ติดตั้งเป็นโปรแกรมบนเครื่อง
(Windows / macOS)

ฟีเจอร์ครบถ้วน
แต่ใช้ทรัพยากรเครื่องมาก

2.1 การเข้าใช้งานผ่านเว็บเบราว์เซอร์ http://teams.microsoft.com และลงชื่อเข้าใช้ด้วย KMUTT Account

หน้าลงชื่อเข้าใช้ Microsoft
ใช้อีเมล KMUTT ของท่าน เช่น yourname@kmutt.ac.th

2.2 การเข้าใช้งานผ่านโปรแกรม Microsoft Teams และลงชื่อเข้าใช้ด้วย KMUTT Account

หน้า Welcome to Teams และ Sign in
หน้าจอเลือกบัญชีและกรอกอีเมลมหาวิทยาลัย
  • ในกรณีที่ท่านเคยลงชื่อเข้าใช้งานด้วยบัญชีส่วนตัวหรือบัญชีมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว จะปรากฏบัญชีให้เลือก
  • กดเลือกอีเมลของมหาวิทยาลัยที่ท่านได้รับ
  • ถ้าหากเป็นการลงชื่อเข้าใช้งานครั้งแรก กดที่ปุ่ม Create or use another account
  • กรอกอีเมลมหาวิทยาลัย

2.3 ยืนยันตัวตนด้วย Authenticator

เมื่อกรอกรหัสผ่านแล้ว จะต้องยืนยันตัวตนด้วย Authenticator เช่นเดียวกับบริการอื่น ๆ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

หน้า Enter password และ Approve sign in request
กรอกรหัสผ่าน → เปิดแอป Authenticator แล้วกดยืนยันตามตัวเลขที่แสดง · ใช้อีเมล KMUTT ของท่าน เช่น yourname@kmutt.ac.th

2.4 หน้าจอหลังลงชื่อเข้าใช้สำเร็จ

เมื่อลงชื่อเข้าใช้งานได้แล้ว จะปรากฏหน้าต่างดังรูป ในกรณีที่ท่านไม่เคยใช้งานหรืออยู่ใน Teams มาก่อนจะไม่พบรายชื่อ Team

หน้า Teams ผ่านเบราว์เซอร์
การใช้งานผ่านหน้าเบราว์เซอร์
หน้า Teams ผ่านโปรแกรม
การใช้งานผ่านโปรแกรม

2.5 วิธีตรวจสอบว่า Login Microsoft Teams ด้วย KMUTT Account แล้ว

ตรวจสอบบัญชีที่มุมขวาบน
  1. เปิดโปรแกรม Microsoft Teams
  2. ถ้า login แล้ว มุมขวาบน จะมีรูปภาพหรือตัวย่อของชื่ออยู่ คลิกเพื่อเปิดดู
  3. จะปรากฏชื่อและรายละเอียด
    • หากเป็นบัญชี KMUTT Account ถูกต้องแล้ว
    • หากยังเป็นบัญชีส่วนตัว ให้สลับบัญชี โดยกด Add another account
↑ กลับไปที่สารบัญ
3

วิธีเปลี่ยนภาษาของโปรแกรม Microsoft Teamsตั้งค่าภาษาที่แสดงในโปรแกรม (Language and regional formats)

ขั้นตอนเปลี่ยนภาษาใน Settings
  1. กด ในหน้าแรกของโปรแกรม มุมบนขวา ข้าง icon ชื่อ
  2. เลือก Settings เพื่อตั้งค่า
  3. เลือก General
  4. เลื่อนหา Language and regional formats
  5. เลือก ภาษา ที่ต้องการ แล้วกด Save and restart
↑ กลับไปที่สารบัญ
4

เลือกรูปแบบการใช้งานเปรียบเทียบ 2 รูปแบบ · Web App vs Desktop App · Meet vs Classroom

4.1 เปรียบเทียบ Web App vs Desktop App

🌐 Web App🖥️ Desktop App
การติดตั้งไม่ต้องติดตั้ง เปิดเบราว์เซอร์ได้เลยต้องดาวน์โหลดและติดตั้ง
ทรัพยากรเครื่องกินทรัพยากรเครื่องน้อยกินทรัพยากรเครื่องมาก
Breakout Rooms สร้าง/จัดการไม่ได้สร้างและจัดการได้เต็มรูปแบบ
Background Effectsจำกัด ไม่มี customครบถ้วน เพิ่มรูป custom ได้
Presenter Mode & Annotate ไม่รองรับใช้ได้ทั้งหมด
Gallery Viewจำกัด 9 คน (Chrome)แสดงได้มากกว่า (49 คน)
Give/Take Controlไม่สามารถทำได้ส่ง/รับควบคุมจอได้
Notificationขึ้นอยู่กับเบราว์เซอร์ดีกว่า ไม่พลาดข้อความ
อัปเดตอัตโนมัติทันทีต้องอัปเดตเป็นระยะ

4.2 แนะนำ — ทดสอบและเลือกให้เหมาะกับเครื่องของท่าน

ทดสอบทั้ง 2 แบบ

ลองใช้งานทั้ง Web App และ Desktop App สังเกตความเร็วและความลื่นไหลของเครื่อง

สังเกตอาการ

หากเครื่องกระตุก พัดลมดัง หรือแอปค้าง แสดงว่า Desktop App หนักเกินไป ให้เปลี่ยนใช้ Web App

เลือกที่เหมาะสม

ไม่มีคำตอบตายตัว ขึ้นอยู่กับสเปคเครื่องและรูปแบบการใช้งานของอาจารย์แต่ละท่าน

4.3 การประชุม/สอนออนไลน์ ทำได้ 2 แบบ

Meet (ประชุม/โทร)
แนะนำให้ใช้

ใช้ง่าย คล่องตัว

  • เริ่มประชุมได้ทันทีจากเมนู Meet
  • นัดหมายล่วงหน้าผ่าน Calendar
  • ส่งลิงก์ให้นักศึกษาเข้าร่วมง่าย
  • แชร์หน้าจอ นำเสนอสไลด์ได้
Classroom (ห้องเรียน)
ไม่แนะนำเทอมนี้

ซับซ้อน ตั้งค่ามาก

  • วางสไลด์ เอกสารการสอนได้
  • มอบหมายงาน / ส่งงาน / ให้คะแนน
  • แต่ซ้ำซ้อนกับ LMS ใน LEB2
  • อาจทำให้สับสนทั้งอาจารย์และนักศึกษา
ในการเรียนการสอน GEN ส่วนใหญ่ใช้ LEB2 เป็นช่องทางหลัก + (เสริม) Teams Meet สำหรับสอนออนไลน์ = ไม่สับสน ไม่ซ้ำซ้อน

4.4 สรุปแนวทางการใช้งาน

🌐 เลือกรูปแบบการเข้าใช้งาน

  • เครื่องสามารถรันโปรแกรมได้ไม่ติดขัด → Desktop App (ฟีเจอร์ครบ)
  • เครื่องไม่สามารถรันโปรแกรมได้ ค้างบ่อย → Web App
  • ทดสอบทั้ง 2 แบบ แล้วเลือกที่เหมาะสม

🎥 รูปแบบการสอนออนไลน์

  • ใช้ Microsoft Teams Meet สำหรับสอนออนไลน์
  • ใช้ LEB2 สำหรับเอกสาร/ส่งงาน/ให้คะแนน
  • เทอมนี้ยังไม่แนะนำให้ใช้ Classroom เพื่อลดความซ้ำซ้อนของแพลตฟอร์ม และช่องทางในการสื่อสารกับนักศึกษา
ลองทดสอบการใช้งานจริง แล้วเลือกแนวทางที่เหมาะกับการสอนของอาจารย์
↑ กลับไปที่สารบัญ
5

แนะนำเมนูพื้นฐานหน้าแรกของ Microsoft Teams (เมนู Meet)

เมนูพื้นฐานหน้า Meet
  1. Meet ห้องเรียนออนไลน์
  2. Calendar ดูตาราง
  3. OneDrive เก็บไฟล์
  4. หาเมนูเพิ่ม
  5. Search ช่องค้นหาฟังก์ชันอื่น ๆ
  6. Pin สำหรับปักเมนูไว้ที่แถบเมนูด้านข้างแบบถาวร (สามารถจัดลำดับเมนูที่แถบด้านซ้ายได้)
  7. Join with an ID เข้าร่วมประชุมผ่านการพิมพ์เลขห้อง
  8. Meet now เปิดห้องเรียนทันที
  9. New meeting เปิดห้องเรียนล่วงหน้า
↑ กลับไปที่สารบัญ
6

สร้างห้องเรียนออนไลน์เปิดห้อง · นัดหมาย · แชร์ลิงก์ · ตั้งค่าสิทธิ

6.1 เปิดห้องเรียน 2 แบบ

🎥 Meet Now (ประชุมทันที)
  • กดปุ่ม Meet Now บนหน้า Calendar
  • เปิดห้องได้ทันที ไม่ต้องนัดล่วงหน้า
  • เหมาะกับการประชุมด่วน สอนเสริม
  • ส่งลิงก์เชิญผู้เข้าร่วมได้ทันที
📅 Schedule Meeting (นัดหมาย)
  • ตั้งนัดหมายล่วงหน้าจากเมนู Calendar
  • เลือกวัน เวลา ใส่หัวข้อการประชุม
  • ตั้งซ้ำ (Recurrence) ทุกสัปดาห์ได้
  • นัดซ้ำหลายครั้ง ใช้ลิงก์เดียวกันตลอด
Tip: ตั้ง Recurrence สำหรับคลาสประจำ ลิงก์เดียวใช้ได้ทั้งเทอม แชร์ครั้งเดียวจบ

6.2 Meet now (สร้างห้องเรียนทันที)

ขั้นตอน Meet now
  1. คลิก Meet now เพื่อสร้างห้องเรียนทันที
  2. ตั้งชื่อห้อง Meeting name
  3. คลิก Get a link to share เพื่อส่งลิงก์ให้ผู้เข้าร่วม
  4. คลิก Start meeting เพื่อเปิดห้องเรียนทันที

6.3 Schedule Meeting (สร้างห้องเรียนล่วงหน้า)

หน้าต่าง New meeting
  1. คลิก New meeting เพื่อสร้างห้องเรียนล่วงหน้า
  2. ตั้งค่าต่าง ๆ
    1. ชื่อห้องเรียน
    2. ผู้เข้าร่วม (ถ้ามี)
    3. วันเวลาเริ่มและสิ้นสุด / ทั้งวัน
    4. ตั้งวันเวลาซ้ำหลายครั้ง
    5. ตั้งค่าเป็น Online meeting
    6. รายละเอียด (ถ้ามี)
    7. ตั้งค่าให้ใครเข้าได้บ้าง โดยไม่ต้องรอที่ Lobby
    8. ตั้งค่าให้ บันทึกและถอดเสียง โดยอัตโนมัติหรือไม่
    9. ในการประชุมพูดภาษาอะไร (จะช่วยให้การถอดเสียงแม่นยำขึ้น)

6.4 Schedule Meeting (สร้างห้องเรียนล่วงหน้า ตั้งซ้ำทุกสัปดาห์)

ตั้งค่า Repeat / Set recurrence
  1. คลิก New meeting เพื่อสร้างห้องเรียนล่วงหน้า
  2. คลิกตั้งค่า Repeat
  3. เลือกกำหนดการซ้ำ เช่น ซ้ำทุกสัปดาห์ หรือซ้ำทุกวัน
  4. เลือกวันเริ่มต้นครั้งแรก – สิ้นสุด และเลือกได้ว่าจะให้ซ้ำทุกวันอะไร
  5. กด Save เพื่อบันทึกการตั้งค่า

6.5 ดูห้องเรียนที่สร้างไว้ / แชร์ลิงก์ให้นักศึกษา / เปิดห้องเรียน

หน้า Calendar และ popup รายละเอียดห้องเรียน
  1. คลิก Calendar เพื่อดูห้องเรียนที่สร้างไว้
  2. คลิกเลือกรายการห้องเรียนจากตารางได้เลย
  3. จะปรากฏ Popup รายละเอียดห้องเรียน
  4. คลิก Join เพื่อเปิดห้องเรียน
  5. หรือคลิก Copy join link เพื่อแชร์ห้องเรียนให้นักศึกษา
  6. กด Edit เพื่อแก้ไข หรือ Delete เพื่อลบห้องเรียนได้
↑ กลับไปที่สารบัญ
7

ตั้งค่าสิทธิห้องเรียน (Meeting Options)บทบาทในห้องประชุม · Meeting access · Roles · Production tools · Recording · Participation

บทบาทในห้องประชุม
Organizerผู้สร้างห้อง — สิทธิ์สูงสุด
Co-organizerผู้ช่วยจัดการ — สิทธิ์เทียบเท่า
Presenterแชร์จอ นำเสนอ จัดการได้
Attendeeผู้เข้าร่วม — ดู/ฟัง/แชทเท่านั้น
ตัวเลือกที่ตั้งค่าได้
  • ใครแชร์หน้าจอได้
  • ใครบันทึกการประชุมได้
  • เปิด/ปิด Annotate
  • เปิด/ปิดไมค์/กล้องผู้เข้าร่วม
  • อนุญาต/บล็อก Chat
Tip: ตั้งค่าครั้งเดียว ใช้ได้ทุกสัปดาห์ แต่ต้องเลือก Edit All Event

7.1 เปิดหน้าต่างตั้งค่า Meeting Options

ปุ่ม Options ในหน้าแก้ไขห้องเรียน
  1. เมื่อคลิก Edit ห้องเรียนเข้ามาแล้ว จะเจอรายละเอียดห้องเรียน
  2. คลิกเลือก Options เพื่อดูการตั้งค่า จะปรากฏ Popup รายการตั้งค่าต่าง ๆ

7.2 Meeting Access (การเข้าถึงการประชุม)

ตัวเลือก Meeting access
  1. Meeting access ใช้ตั้งค่าการเข้าถึง เช่น อาจจะกำหนดให้ผู้เข้าร่วมรออยู่ที่ Lobby จนกว่าจะมีคนรับเข้าห้อง เพื่อคัดกรอง
  2. เลือก Everyone หากต้องการให้มีทุกคนเข้ามาได้โดยไม่ต้องมีการคัดกรอง
  3. แต่หากตั้งค่าให้ผู้เข้าร่วมทุกคนต้องรอที่ Lobby ก่อน ให้เลือก Organizers, co-organizers เป็นผู้รับคนเข้าห้อง
  4. แสดงข้อมูลการประชุมบนหน้าจอเข้าร่วม เลือก Everyone
  5. เปิด/ปิด เพื่อให้มีเสียงแจ้งเตือนเมื่อมีคนเข้าห้องมา

7.3 Roles (บทบาท)

ตัวเลือก Roles
  1. Roles ใช้ตั้งค่าการผู้ร่วมจัดการห้องเรียน
  2. พิมพ์ ชื่อ หรืออีเมล ของคนที่ต้องการให้เป็น co-organizers (ใช้ KMUTT Account)
  3. Who can present คือ ใครสามารถนำเสนอได้บ้าง ควรตั้งเป็น Only organizers and co-organizers เพื่อไม่ให้ผู้เข้าร่วมคนอื่นแชร์หน้าจอได้ หรือหากมี presenter คนอื่น สามารถเลือก Specific people ได้ แต่หากมีการเปลี่ยนให้นักศึกษาแชร์ สามารถตั้งค่าเพิ่มได้หลังจากที่เปิดห้องเรียนแล้ว
หมายเหตุ
Organizers คือ ผู้จัดการหลัก
Co-organizers คือ ผู้จัดการร่วม เช่น อาจารย์ผู้ร่วมสอน หรือ TA ในชั้นเรียน

7.4 Production tools / Recording & transcription

ตัวเลือก Production tools และ Recording
  1. Production tools (เครื่องมือการผลิต) ใช้ตั้งค่าให้บุคคลสามารถควบคุมสิ่งที่แสดงบนหน้าจอของทุกคนได้
  2. Who has control of production tools คือ ใครสามารถควบคุมได้บ้าง ควรตั้งเป็น Organizers, co-organizers and presenters เพื่อไม่ให้ผู้เข้าร่วมคนอื่นควบคุมหน้าจอได้
  3. Recording & Transcription (บันทึกและถอดเสียง)
  4. ตั้งค่าการบันทึกและถอดเสียงอัตโนมัติ เลือก Record and transcribe
  5. เลือกภาษาหลักที่ใช้ในการสอน เพื่อความแม่นยำในการถอดเสียง

7.5 Participation (การมีส่วนร่วม)

ตัวเลือก Participation
  1. Participation ใช้ตั้งค่าให้ผู้เข้าร่วมสามารถตั้งค่าส่วนร่วมในชั้นได้
  2. ตั้งค่าเปิด/ปิด ไมค์ สำหรับผู้เข้าร่วม
  3. ตั้งค่าเปิด/ปิด กล้อง สำหรับผู้เข้าร่วม
  4. ตั้งค่าเปิด/ปิด แชท
  5. ตั้งค่าเปิด/ปิด Q&A
  6. ตั้งค่าเปิด/ปิด reactions
  7. ตั้งค่าเปิด/ปิด annotations

7.6 เพิ่มอาจารย์ผู้ร่วมสอนในห้องเรียนที่สร้างไว้แล้ว (Edit series)

Edit series และเพิ่ม attendees
  1. กดปุ่ม Edit
  2. เลือก Edit series
  3. เพิ่มอาจารย์ผู้ร่วมสอน (พิมพ์ชื่อภาษาอังกฤษ หรืออีเมล KMUTT ได้เลย)
  4. กดปุ่ม command (cmd) พร้อมทั้งคลิกซ้ายที่ Meeting options เพื่อเข้าสู่การตั้งค่าเพิ่มเติม
Roles - Search for participants

ตั้งอาจารย์ผู้ร่วมสอนเป็น Co-organizer

  1. คลิกเลือก Roles
  2. กดในช่อง Search for participants
  3. กดลูกศรเพื่อเลือกรายการ
  4. เลือกชื่อคนที่ต้องการ
↑ กลับไปที่สารบัญ
8

การสอนออนไลน์เมนูในห้องประชุม · บันทึก · แชร์จอ · มุมมองต่าง ๆ · Pin & Spotlight

8.1 เมนูพื้นฐานในห้องประชุม

แถบเมนูในห้องประชุม
  1. Chat พูดคุยในห้อง
  2. People ดูรายชื่อผู้เข้าร่วมทั้งหมด
  3. Raise ยกมือ
  4. React แสดงการโต้ตอบ
  5. View ปรับแต่งหน้าการแสดงผล
  6. Controls ตั้งค่า/เปลี่ยนแปลง
  7. Rooms แบ่งห้องย่อย (Breakout Rooms)
  8. Apps เชื่อมต่อแอพอื่น ๆ เพื่อใช้งาน
  9. More
    1. Record and transcribe
    2. Meeting info รายละเอียด, copy link สำหรับแชร์ห้องเรียน
    3. Timer เป็นควบคุมเวลาของตนเอง Organizer เห็นคนเดียว
  10. Camera & Mic ตั้งค่ากล้องและเสียง
  11. Share ตั้งค่า share หน้าจอ
  12. Leave ออก/ปิดห้องประชุม

8.2 บันทึกการสอน (Recording)

👥 ใครบันทึกได้?

  • Organizer / Co-organizer เท่านั้น (ค่าเริ่มต้น)
  • ตั้งค่าให้ Presenter บันทึกได้เพิ่ม
  • กดปุ่ม … → Start Recording

🖥️ เก็บไฟล์ที่ไหน?

  • OneDrive ของ Organizer (โฟลเดอร์ Recordings)
  • ลิงก์จะแสดงใน Chat ของห้องประชุม
  • เปิดดูจาก Teams เมนู OneDrive ได้เลย
นโยบายการเก็บไฟล์บันทึก
  • ค่าเริ่มต้น: ไฟล์บันทึกจะหมดอายุใน 30 วัน (ค่าพื้นฐานโดยการจัดการของมหาวิทยาลัย)
  • หลังหมดอายุ ไฟล์จะถูกย้ายไปถังขยะ (Recycle Bin)
  • แนะนำ: ดาวน์โหลดไฟล์สำคัญเก็บไว้ หรือย้ายไปโฟลเดอร์อื่นก่อนหมดอายุ
ขั้นตอนเริ่ม/หยุดบันทึก
  1. คลิก … More
  2. เลือก Record and transcribe
  3. เลือก Start / Stop recording เพื่อเปิดปิดการบันทึกและการถอดเสียง
  4. สังเกตสัญลักษณ์ record (สีแดง) คือกำลังบันทึกอยู่

8.3 ที่เก็บไฟล์หลังบันทึกการสอน (OneDrive)

โฟลเดอร์ Recordings ใน OneDrive
  1. คลิก OneDrive เพื่อเข้าถึงไฟล์ที่บันทึกไว้
  2. เลื่อนหาและคลิกเลือก Recordings
  3. จะปรากฏไฟล์ทั้งหมดที่บันทึกไว้
  4. คลิก Share เพื่อส่งไฟล์ให้นักศึกษา หรือคลิก … เพื่อลบหรือจัดการไฟล์
หมายเหตุ: ไฟล์บันทึกจะหมดอายุใน 30 วัน หลังหมดอายุ ไฟล์จะถูกย้ายไปถังขยะ (Recycle Bin)

8.4 แชร์หน้าจอ (Share Screen)

แชร์ทั้งจอ
Screen / Desktop

แชร์ทุกอย่างที่เห็นบนหน้าจอ ผู้เข้าร่วมเห็นทุกแอป ทุกการแจ้งเตือน

ระวัง: notification ส่วนตัวจะแสดงให้ผู้เข้าร่วมเห็นด้วย
แชร์เฉพาะโปรแกรม
Window

เลือกแชร์เฉพาะหน้าต่างที่ต้องการ เช่น PowerPoint, Chrome ปลอดภัยกว่า แนะนำ

แนะนำ: ใช้แบบนี้เป็นหลักเพื่อความปลอดภัย
แชร์พร้อมเสียง
Include Sound

ติ๊กเลือก Include computer sound ก่อนกดแชร์ เหมาะกับการเปิดวิดีโอประกอบ

สำคัญ: ถ้าไม่ติ๊ก ผู้เข้าร่วมจะไม่ได้ยินเสียงวิดีโอ
หน้าต่าง Share content
  1. คลิก Share เพื่อแชร์สไลด์หรือหน้าจอ
  2. Include sound เลือกเปิด/ปิด เพื่อแชร์เสียง
  3. Presenter mode ส่วนนี้มีไว้เลือกการแสดงผลของผู้แชร์
    1. แบบที่ 1 ไม่แสดงภาพผู้แชร์ซ้อนทับบนสไลด์
    2. แบบที่ 2–4 แสดงภาพผู้แชร์ซ้อนบนสไลด์ในรูปแบบต่าง ๆ
  4. Screen หากต้องการแชร์ภาพทั้งหน้าจอเลือกส่วนนี้
  5. Window หากต้องการแชร์เฉพาะบางโปรแกรมให้เลือกส่วนนี้

8.5 มุมมองต่าง ๆ & เห็นหน้าตัวเองขณะแชร์สไลด์

Gallery View
แสดงผู้เข้าร่วมเป็นช่องเท่ากัน เหมือน grid เห็นหน้าทุกคน
Large Gallery
แสดงได้สูงสุด 49 คน ต้องมีผู้เข้าร่วม 10 คนขึ้นไป
Together Mode
รวมทุกคนไว้ในฉากเดียว เช่น ห้องเรียน ห้องประชุม
Presenter View
เห็นสไลด์ + speaker notes เหมือน PowerPoint Presenter

👁️ แชร์สไลด์แล้วเห็นหน้าตัวเองไหม?

  • ค่าเริ่มต้น: ขณะแชร์สไลด์ จะเห็นแค่สไลด์กับ thumbnail ผู้เข้าร่วมเล็ก ๆ
  • วิธีเห็นหน้าตัวเอง: กด View → เลือก Gallery ด้านบน เพื่อดึงวิดีโอตัวเองกลับมาแสดง
  • หรือใช้ PowerPoint Live: แชร์ไฟล์ PPT โดยตรง จะเห็น speaker notes + หน้าตัวเองด้วย
  • PowerPoint Live ยังให้ผู้เรียนเลื่อนสไลด์ดูเองได้ โดยไม่กระทบจอผู้สอน
Presenter View 4 แบบ: Content Only, Standout, Side by side, Reporter
Presenter View (สไลด์ + speaker notes) — Content Only · Standout · Side by side · Reporter

8.6 Pin vs Spotlight — ต่างกันอย่างไร?

📌 Pin (ปักหมุด)

เฉพาะตัวเอง (Local)
  • เห็นเฉพาะเราคนเดียว
  • คนอื่นไม่ได้รับผลกระทบ
  • ทุกคนในห้องทำได้ (Attendee ก็ได้)
  • Pin ได้หลายคนพร้อมกัน
  • เหมาะสำหรับดูคนที่สนใจ

⭐ Spotlight (เน้นจอ)

ทุกคนในห้อง (Global)
  • ทุกคนในห้องเห็นเหมือนกัน
  • เฉพาะ Organizer / Co-Organizer / Presenter ทำได้
  • Attendee ไม่สามารถ Spotlight ได้
  • Spotlight ได้สูงสุด 7 คน
  • เหมาะสำหรับผู้บรรยาย/ผู้นำเสนอ
จำง่าย ๆ: Pin = เปลี่ยนจอตัวเอง  |  Spotlight = เปลี่ยนจอทุกคน
เมนู Pin for me / Spotlight for everyone และตัวอย่าง Spotlight

คลิกขวาที่รูปหรือชื่อ

  1. คลิกเลือก Pin for me สำหรับให้เราเห็นคนเดียว
  2. หรือเลือก Spotlight for everyone สำหรับให้ทุกคนเห็นเหมือนกัน
ตัวอย่างการใช้ Spotlight เช่น อาจารย์สอนพร้อมกัน 2 ท่าน หรืออาจารย์เรียกนักศึกษาถามตอบ ทั้งชั้นเรียนก็เห็นหน้าจอเดียวกัน
↑ กลับไปที่สารบัญ
9

ฟังก์ชันปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนChat · Breakout Room · Annotate · React · Poll · Whiteboard

9.1 People & Raise

👥 1 People

  • (a) ดูรายชื่อผู้เข้าร่วม แสดงตามประเภทผู้เข้าร่วม
  • เปิด/ปิดไมค์ หรือตั้งค่า presenter ได้

✋ 2 Raise

  • ยกมือเพื่อสอบถาม หรือเรียกอาจารย์
    (b) แสดงสัญลักษณ์และชื่อผู้กดบนหน้าจอ
    (c) แสดงหลังชื่อผู้กด
People และ Raise

9.2 Chat & React

💬 1 Chat

  • (a) พิมพ์ถาม-ตอบระหว่างสอนได้เลย
  • ผู้สอนตอบคำถามได้โดยไม่หยุดสอน
  • แชทจะเก็บไว้ใน Chat history ของห้อง
  • ใช้ @mention เรียกผู้เรียนเฉพาะคนได้

🙂 2 React

  • ยกมือ เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือเรียกอาจารย์
  • (b) สัญลักษณ์จะปรากฏบริเวณด้านบนหน้าจอ และหลังชื่อของผู้ที่ยกมือ
Chat และ React

9.3 Annotate · Breakout Room · Poll · Whiteboard

Annotate (วาด/เขียน)

วาดเส้น/เขียนข้อความบนหน้าจอที่แชร์อยู่ ผู้เข้าร่วมเห็นร่วมกัน เหมาะชี้จุดสำคัญระหว่างสอน

Breakout Room (แบ่งห้องย่อย)

แบ่งห้องย่อย ให้ทำกิจกรรมกลุ่ม สามารถตั้งค่าจำนวนห้อง/คนได้

Poll (โพล)

สร้างคำถามโหวตระหว่างสอน เห็นผลลัพธ์แบบ real-time เหมาะเช็คความเข้าใจผู้เรียน

Whiteboard (กระดานขาว)

กระดานเปล่าเขียน/วาดร่วมกัน ทุกคนในห้องวาดพร้อมกันได้ เหมาะ brainstorm/อธิบายเพิ่ม

หมายเหตุ: Breakout Room ใช้ได้เฉพาะ Desktop App เท่านั้น!

9.4 Annotate

แถบเครื่องมือ Annotate
  1. หลังจาก share หน้าจอ จะปรากฏเมนูด้านบน เลือก "Annotate"
  2. ตั้งค่าว่าจะให้ใคร annotate ได้บ้าง
  3. เลือกลบ annotate เฉพาะของตัวเอง / ลบทั้งหมด
  4. ถ่ายภาพงานที่ annotate แล้ว
  5. ตั้งค่าเพิ่มเติม

9.5 Breakout Room (สร้างห้อง)

Create breakout rooms
  1. คลิก Rooms เพื่อสร้างห้องย่อย
  2. เลือก จำนวนห้อง
  3. เลือก วิธีจัดคนเข้าห้อง
    1. กำหนดคนเข้าห้องโดยอัตโนมัติ
    2. จัดคนเข้าห้องด้วยตนเอง
    3. ให้ผู้เข้าร่วมเลือกห้องเอง
  4. เลือก Create rooms เพื่อสร้างห้อง

9.6 Breakout Room (จัดคนลงกลุ่มแบบ Assign เอง)

Assign participants to breakout rooms
  1. คลิก Assign participants เพื่อจัดคนเข้าห้องย่อย (จะเห็นเฉพาะคนที่เข้ามาแล้ว)
    1. Unassigned คือ คนที่ยังไม่ได้เข้ากลุ่ม สามารถเลือกห้องได้เลย
    2. เลือก Shuffle เพื่อสุ่ม
  2. คลิก Open rooms เพื่อเปิดห้อง (หากเปิดห้องแล้วปุ่มนี้จะกลายเป็น Close rooms)
  3. คลิก + เพื่อสร้างห้องเพิ่ม
  4. หากเปิดห้องแล้ว สามารถคลิก ประกาศ ไปยังทุกห้องได้

9.7 Whiteboard

เปิด Microsoft Whiteboard จากเมนู Share
  1. คลิก Share
  2. คลิก Microsoft Whiteboard เพื่อทำงานร่วมกัน
  3. Popup แสดงตัวเลือกว่าจะแค่แสดง whiteboard หรือทำงานร่วมกันทุกคนสามารถ Edit ได้
Whiteboard Templates
Whiteboard (Template whiteboard) — เลือกเทมเพลตสำเร็จรูป หรือ Start with blank canvas
ฟังก์ชันใน Whiteboard

ทุกคนสามารถทำงานร่วมกันได้

  1. มีฟังก์ชันจับเวลาให้ ทุกคนสามารถเห็นนาฬิกาจับเวลานี้ แต่ผู้สร้างสามารถหยุดและรีเซ็ทเวลาได้คนเดียว
  2. ตั้งค่า ต่าง ๆ ได้
  3. สามารถเลือกเพื่อ Export งานที่ทำเสร็จแล้วได้
  4. เปิด/ปิด Cursor ของคนที่กำลังทำงานร่วมกันได้

9.8 Poll

เพิ่มแอป Polls
  1. คลิก App
  2. พิมพ์ค้นหา Polls
  3. เลือก Polls
  4. Poll มีหลายประเภทให้เลือกใช้
    1. Multiple Choice
    2. Word Cloud
    3. Ranking
    4. Quiz
    5. Rating
ผล Poll แบบ Live และเมนู Export results
  1. เมนู Poll จะแสดง Poll ทั้งหมดที่สร้างไว้
  2. เมื่อแชร์แล้ว Polls จะแสดงหน้าจอ จะเห็นผลเป็น Live เรียลไทม์เลย
  3. สามารถ Export results ได้เลย
หมายเหตุ: หากสร้างไว้ล่วงหน้า สามารถเลือกเป็น Draft ก่อน เมื่อถึงเวลาค่อย Share
↑ กลับไปที่สารบัญ

  • [Author]

    ตัวกลมน่ารัก เสียงพูดปุ๊กปิ๊ก เฟอเฟกเรื่องเทคโนโลยี เก่งประชาสัมพันธ์ สนิทกับเทคโนโลยี พร้อมแก้ปัญหาให้กับทุกคน

    View all posts นักพัฒนาการศึกษา