กิจกรรม Worshop หัวข้อ “เขาว่า.......เขาหน่ะใคร: การได้ยินกับการเท่าทันอคติทางวัฒนธรรม”

กระบวนกร: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไอยเรศ บุญฤทธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กิตติ คงตุก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัครา เมธาสุข มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, รองศาสตราจารย์ ดร.เรวดี อึ้งโพธิ์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

กระบวนการ: เริ่มชวนทำความคุ้นเคยเพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ผ่อนคลาย จำนวน 3 รอบ เพื่อพูดคุย

  1. ให้ยืนล้อมกันเป็นวงกลมเรียงตามตัวอักษรมาจากไหนจุดเริ่มต้นคือ ธรรมศาสตร์ รังสิตใกล้สุดไปไกลสุด(รอบที่ 1)
  2. ให้ยืนล้อมกันเป็นวงกลม และทุกคนจะต้องถามกันเพื่อเรียงตัวอักษรตามชื่อเล่น (รอบที่2)
  3. ให้ยืนล้อมกันเป็นวงกลม โดยเรียงตามตัวอักษรจังหวัดที่เป็นบ้านเกิดตัวเอง (รอบที่3)

เริ่มกระบวนการ เขาว่า…….เขาหน่ะใคร: การได้ยินกับการเท่าทันอคติทางวัฒนธรรม ให้ผู้ร่วมฟังปิดไฟ และให้เสียงเงียบที่สุด ผ่อนคลายตัวเอง และผู้เข้าร่วมไม่ต้องให้ความสนใจคนรอบข้าง อยู่กับความรู้สึกตนเอง เปิดการรับรู้รับฟังเสียงต่างๆ ที่ผู้นำกระบวนกร เปิดเสียงต่างๆ จากนั้น สอบถามอากัปกิริยา และการจินตนาการที่เกิดขึ้น และอธิบายอารมณ์ที่เกิดขึ้น ณ ช่วงเวลานั้นๆ ทำกระบวนการวนซ้ำ 4 รอบ และสรุปประโยชน์ของการใช้กิจกรรม

กิจกรรมนี้ ช่วยให้ตัวเราเข้าใจถึงหลายๆสิ่ง เช่น การฟังเสียงเดียวกัน ใช่ว่าจะต้องมีความรู้สึก ความเข้าใจเหมือนกัน หากแต่เป็นตัวบุคคลที่ได้เรียนรู้ และฝึกการใช้สติ มากน้อยเพียงใด ผู้คนที่ได้รับการฝึกสิ่งนี้มาจะเห็นได้ชัดเจนจากการที่เขาส่งต่ออารมณ์ความรู้สึกในเชิงเหตุและผล ส่วนตัวเรานั้นเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นการเตือนสติ ช่วยลดทอนความคิดในเชิงอคติ หยุดที่จะฟังและไม่ส่งต่อข้อมูลที่บิดเบือนที่มาพร้อมอารมณ์ ความรู้สึกส่วนตัว ที่ยังไม่ผ่านการกรองก่อน และเตือนว่า สิ่งที่ได้ฟังโดยใช้อารมณ์และจินตนาการโดยยังไม่รับการพิสูจน์ ข้อเท็จจริง อย่าทำการตัดสินข้อมูลที่ได้ฟังทันที จะทำให้เกิดความทุกข์ และมักส่งผลให้เกิดความขัดแย้งจากสิ่งเล็กๆจนขยายใหญ่ขึ้น แต่หากเราตั้งใจฟังและทบทวน หาเหตุและปัจจัยของสิ่งที่ได้ยิน จะทำให้การขัดแย้งและอารมณ์เชิงลบ เบาลงได้

ผู้เข้าร่วมกิจกรรม: นางสาวอนัญญา พลายเล็ก นักบริหารงานทั่วไป และ นางสาวนวพร นรารัตน์กุล นักพัฒนาการศึกษา

กิจกรรม Workshop หัวข้อ “ขอให้อำนาจจงจะ Learn:ปฏิบัติการของอำนาจสู่อคติทางวัฒนธรรม”

กระบวนกร: อาจารย์ ดร.เสสินา นิ่มสุวรรณ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, คุณนิชาภา อินทะอุด ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร(องค์การมหาชน)(ศมส.), ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรรฏชณม์ สัจจะพัฒนกุล มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, อาจารย์ธวัช มณีผ่อง มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิสิษฏ์ นาสี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

กระบวนการ: เริ่มชวนทำความคุ้นเคยเพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ผ่อนคลาย จำนวน 3 รอบ เพื่อพูดคุย
รอบที่ 1 ทุกคนยืนล้อมกันเป็นวงกลมตามอัธยาศัย
รอบที่ 2 ทุกคนจะต้องสนทนา สอบถามอายุของแต่ละท่านเพื่อยืนล้อมกันเป็นวงกลมเรียงตามอายุ
รอบที่ 3 ทุกคนจะต้องสนทนา สอบถามสิ่งที่สนใจและสอดคล้องกันแต่ละท่านจาดนั้นให้ยืนเรียงล้อมกันเป็นวงกลม

เริ่มกระบวนการ
วิทยากรชวนให้ผู้เข้าร่วมคิดว่า คำว่าอำนาจ มีความหมายอย่างไรกับการใช้ชีวิตในปัจจุบัน ใคร หรือสิ่งไหนที่มีพลังที่ทำให้เป็นจุดดึงดูด หรือให้ความรู้สึกเหนือกว่าผู้อื่น

เปิดภาพให้ผู้เข้าร่วมพิจารณาสิ่งที่มีในรูปภาพ สื่ออะไร จุดศูนย์กลางของคำว่าอำนาจในภาพอยู่ที่ไหน ไม่มีผิดหรือถูก จำนวนภาพ 4 รูป ภาพของผู้การจราจรบนถนน คนยืนรอรถ, ภาพของการสร้างสรรค์ทานข้าวกันของครอบครัวหนึ่ง ,ภาพของสถานที่ราชการ,และภาพของบุคคลที่ปฏิบัติงานในบทบาทต่างๆ ทุกคนแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนว่าอะไรที่ให้ความรู้สึกได้ถึงจุดเด่น ทรงอำนาจที่สุด และเพราให้ถึงรู้สึกเช่นนั้น และเพื่อให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้เข้าถึงการใช้อำนาจที่มีในทางที่สมควรได้อย่างถูกต้อง จึงเริ่มกระบวนการ โดยการใช้เกมส์สวมบทบาทตัวละคร เกี่ยวกับอำนาจที่อยู่ในมือและการใช้อำนาจ การต่อรอง การตัดสินใจ รวมถึง การเรียกร้องสิทธิ์ขอตนเอง ให้มีการสวมบทบาท 2 รอบ เป็นการเปรียบเทียบว่าคนเราไม่ได้มีบทบาทและอำนาจรูปแบบเดียวจากนั้นสรุปประโยชน์ของกิจกรรม

กิจกรรมนี้ ช่วยให้เราไม่หลงไปกับอำนาจที่ได้จากหน้าที่ หรือ บทบาททางสังคม ไม่ว่าจะเป็นอาชีพอะไรก็มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องความยุติธรรม ความคุ้มครอง ให้กับตนเองได้ ส่วนผู้ที่มีอำนาจอยู่ในมือก็ต้องใช้อำนาจสร้างประโยชน์เชิงสร้างสรรค์ให้กับประชาชน แผ่นดิน สังคมความเท่าเทียม หากใช้อำนาจในทางตรงข้าม ก็หมดอำนาจได้ ชีวิตมีช่วงจังหวะขึ้นและลง เปลี่ยนแปลงได้ตลอดขึ้นอยู่กับการเลือกที่จะทำ

ผู้เข้าร่วมกิจกรรม: นางสาวอนัญญา พลายเล็ก นักบริหารงานทั่วไป และ นางสาวนวพร นรารัตน์กุล นักพัฒนาการศึกษา

Special Workshop: พลังงานบำบัดเพื่อการดูแลตัวเอง

กระบวนกร: ดร.อันธิฌาแสงชัย

กระบวนการ: ท่านอาจารย์ ดร.อันธิฌา แสงชัย วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานบำบัด ขอให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมผ่อนคลาย นั่งในท่าทางที่คิดว่าสบายกาย ใจ มากที่สุด ล้อมเป็นวงกลม และเริ่มสนทนาทำความรู้จัก ด้วยคำถามว่าท่านเคยได้ใช้วิธีบำบัดเพื่อการดูแลตัวท่านเองไหม วิธีใด และมีความรู้สึกอย่างไร จนครบทุกคน จากนั้นเป็นการอธิบายถึง ศาสตร์ของพลังงานที่ช่วยในการเยียวยา รักษาจากภายในสู่ภายนอก ภายในคือจิตใจ ความกังวล ความเครียด ความวิตก ความรู้สึก ส่วนภายนอก คือ อาการที่แสดงออกมาทางร่างกายต่างๆ ความเจ็บปวด เมื่อยล้า จากการพบเจอปัญหาในแต่ละวันที่สงผลให้พลังงานชีวิต ถดถอยลง

ศาสตร์พลังงานเบื้องต้นนี้ช่วยเปิดเผยสิ่งที่มีในใจ ปลดล๊อก และปล่อยให้จิตใจได้รับการเยียวยาที่ดี การรับมือกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นไม่ว่าสิ่งที่เข้ามาจะหนักหนาสาหัส ก็ควบคุมได้ รวมถึงกายภายนอกที่มีวิธีการบริหารเพื่อผ่อนคลาย สิ่งที่เรียนรู้ต้องหมั่นฝึกฝน อย่างสม่ำเสมอ

กิจกรรมนี้ ช่วยให้จิตใจที่เหนื่อยล้าจากความเครียดจากการทำงาน ปัญหาการเงิน ครอบครัว ได้หยุดพัก ชั่วคราว และปล่อยผ่านในสิ่งที่เราไม่สามารถแก้ไขมันได้ ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเหตุการณ์นั้นมาถึง และเมื่อผ่านไป ก็จะกลายเป็นอดีต ร่างกายเป็นสิ่งที่เราต้องค่อยดูแลเขาพอๆกับจิตใจอย่าปล่อยให้เขาเจ็บปวดโดยไม่ใส่ใจ ความหมายของการรักตัวเอง คือสิ่งเหล่านี้

ผู้เข้าร่วมกิจกรรม: นางสาวอนัญญา พลายเล็ก นักบริหารงานทั่วไป และ นายเรวัติ อยู่สุข นักพัฒนาการศึกษา

Author

  • อนัญญา พลายเล็ก

    [Writer]

    เรามุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความรอบรู้อย่างกว้างขวาง มีโลกทัศน์กว้างไกล เข้าใจธรรมชาติตนเอง ผู้อื่น และสังคม เป็นผู้ใฝ่รู้ สามารถคิดอย่างมีเหตุผล สามารถใช้ภาษาในการติดต่อสื่อสารความหมายได้ดี มีคุณธรรม ตระหนักในคุณค่าของศิลปะและวัฒนธรรมทั้งของไทยและของประชาคมนานาชาติ สามารถนำความรู้ไปใช้ในการดำเนินชีวิตและดำรงตนอยู่ในสังคมได้เป็นอย่างดี

    View all posts นักบริหารงานทั่วไป